เนื่องด้วยตั้งใจจะหนีงานมาพักผ่อน แล้วมีเพื่อนของผม "คุณโบ๊ต คลับแมน"
อยากจะขี่รถ เราก็เลยจัดให้ เลยหาเส้นทางง่ายๆ ก็คือ "ปาย" นั่นเอง
โดยรอบนี้ มี นายแบบชาวโดฟของเรา อย่าง "ท่านเวย์" มาด้วย
http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=doverider&id=643
1. นัดออกเดินทาง 9 โมง เช้า ที่ปั้มเจ็ท แต่กระผมมาสายเพราะ มัวแต่นั่งเปลี่ยนท่อรถตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง
ปรากฏว่า "เหล็กยึดขอท่อขาด" ลางไม่ดีแต่เช้า มาถึงปั้ม ด้วยความรู้สึกผิดที่ให้คนอื่นรอ ก็ออกเดินทางเลยครับ
เดินทางมาได้ 10 กว่านาที ถึงแม่มาลัย น้องวายุ ก็เกิดอาการเกเร
บิดไม่ขึ้น รอบไม่สม่ำเสมอ จอดรอพวกท่านเวย์ กับ ท่านโบ๊ต แวะกลับมาหา
พร้อมกับนำรถไป ซ่อม โดยไปเปลี่ยนหัวเทียนที่ร้านในแม่มาลัย
โดนค่าหัวเทียนไป 380 บ.
โดยท่านเวย์ก็จัดการเปลี่ยนกระจกมองข้างที่หักไป แต่ดันไปเจอ น๊อตยึดผิดแบบ ซึ่งเด็กในร้านไปหา น๊อตมาให้ในราคา 80 บ. อุ
เสร็จแล้วพวกเราก็ออกเดินทางไป "ปาย"
ค่าหัวเทียน อันละ 90 บ. น๊อตยึดตัวละ 80 บ. ถ้ามีทางเลือก คงไม่เลือกท่านแน่ๆ

เริ่มมีปัญหาแล้วสิ

สมาชิกใหม่ครับ Club Man 400cc โดยท่านโบ๊ต

ส่วนคันนี้ไม่ต้องพูดถึง 24 คันเดิม ของท่านเวย์
2. และแล้วกลุ่มฉิ่งฉับทัวร์ ก็เดินทางมาถึง "ปาย" ซึ่งถ้ามาที่นี้ บอกได้อย่างเดียวว่าไม่มีที่พักที่ไหนโดนใจเท่า "บ้านไม้คนเมือง" อีกแล้วครับ
ปล.ซึ่งทริปครั้งนี้ ถือว่าเราได้รับความอนุเคราะห์จากแม่ตุ้ย เจ้าของ อย่างมาก ที่ดูแลเราดั่งลูกหลาน จริงๆ ขอบคุณมากครับ
หลังจากเก็บสัมภาระเสร็จแล้ว พวกเราก็ออกไปชื่นชมบรรยากาศ "ปาย"
ช่วงหน้าฝน ขอบอกว่าช่วงนี้ "ปาย" ได้กลับมาเป็น "ยูโธปาย"
ของจริงกับเมื่อก่อนที่ผมเคยรู้สึกละ เกสต์เฮาท์ รีสอร์ท หลายแห่งปิดไป
ช่วงนี้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และการเดินทางในหน้าฝนที่ยากลำบาก ทำให้ ปาย
เป็นสถานที่ ที่แสนเงียบสงบไปโดยปริยาย
มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เพียงประปราย (ซึ่งก็ดีครับ
เพราะตอนนี้ปายเป็นอะไรก็ไม่รู้แล้ว ใกล้เคียงกับ ไนท์ บาซาร์ ไปทุกวัน)
ทีนี้ พวกเราก็มาแวะพักที่ร้านกาแฟชื่อดังตรงข้ามมิตรไทยคับ

มาถึงแล้วครับ บ้านไม้คนเมือง ท่านโบ๊ตบอกเจอโคลน ขอเช็ดหน่อย
มองไปในถนนปาย นักท่องเที่ยวบางตา ใช่มะ
เงียบจริงๆ
กาแฟอร่อยคอนเฟริม (กระรอกป่าไม่มี เซงมาก)

ร้านก็ ชิล ซะ
ท่านนายแบบกำลังสอดส่ายหา "กระรอกป่า"??????
ท่านโบ๊ต พระยาเจ้าท่า สมาชิกใหม่ (คนนี้สร้างคดีการเร่งรัดกลับเชียงใหม่ในวันอาทิตย์ เป็นไงละเพื่อน)
กระผมเอง นายมืด ผู้ก่อคดีที่ ปาย
กลับมาบ้านไม้ก็เปิดประเด็นกันเลยครับ อากาศดีๆ อย่างงี้ ลีโอ 6 ขวด จัดมา 555+
3. พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ปุบ
ท่านโบ๊ตก็ได้ เชื่อชวน กลุ่มทัวร์ ไปแวะนั่งร้านของเพื่อนกระผม ที่เปิดใกล้วัด อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ แถวท่ารถ ปาย
จะพลาดได้ไง (6 ขวดแล้ว กำลัง จี้ด) ปายยยยยกานนนนนเล้ยยยยยยย

ร้าน อิดิเบิ้ล แจ๊ส การ์เด้น เป็นร้านที่ ท่าน ปึ้ด เพื่อนสมัยเรียน ปวช.
มาเปิดครับ โดยเล่าว่า มาบุกเบิก ปาย ตั้งแต่ 2543 มาเปิดร้าน สัก ก่อน
จนตอนนี้ ก็มีร้านของตัวเอง ซึ่งบรรยากาศดีจริงๆ
ชาวโดฟท่านใดได้มาเยียมเยียนปาย ยังไง อย่าพลาดนะครับ หายากหน่อย
แต่บรรยากาศ ได้ใจไปเต็มๆ (วัน ศุกร์ เสาร์ จะมี ทรีโอ้ อคูสติค
ซึ่งเล่นเพลงได้ใจคณะทัวร์เรามาก อย่าพลาดๆ)
แต่ใครจะรู้ว่าที่นี้จะเกิดเหตุ "รักสามเศร้า"
เอ๊ะนั่นมัน ...........
เมื่อสายตาจ้องมองน้องนางคนเดียวกัน การตกลงจึงเกิดขึ้น
งวดนี้ โบ๊ต ขอ
โอเค ถ้าให้ข้าตัดสิน ก็ ขอ ฟันธง โอเค ไปเหอะ
4. เช้าวันอาทิตย์ คณะทัวร์เรา ประสบปัญหา ท้องเสียกันถ้วนหน้า ซึ่ง สาเหตุหลักมาจาก
นี้เลย พริกกระเหรี่ยง ใส่กันลืมตัว กินไปจะหมดเพิ่งมาเผ็ด
หลังจากท่านโบ๊ต สบายตัวเมื่อคืนก่อน คนเดียว ก็มา บรรยายเหตุการณ์ ให้ฟัง ....... อุ พูดเล่น อิอิ ![]()
เช้าวันทิตย์ ก็นั่งชมบรรยากาศ กันเพลินๆ ที่ บ้านไม้คนเมือง กันครับ
กลางวัน ที่ ปาย ช่วงนี้ ไม่มีอะไรให้ทำเลย พวกเราจึงมีความเห็นตรงกันว่า กลับกันเร็วหน่อยดีกว่า
แต่ใครจะรู้ว่า การเดินทางครั้งนี้ มันจะเกิดเหตุ (อีกแล้ว เหตุนี้เกิดเยอะจริงๆ)

ใครมาอย่าพลาดนะครับ "บ้านไม้คนเมือง" ดูบรรยากาศซะก่อน

เอาละ ชาวโดฟพร้อมบิน แต่..................................มันก็เกิดเหตุ

ออกเดินทางมาจากปายได้ 30 กม. เราก็มาถึง ด่านแม่ยะ ซึ่งที่นี้ น้องวายุผมเกิดอาการงอแง โดยไม่ทราบสาเหตุ

แน่นิ่งไปซะงั้น ![]()
4. ตอนนั้น ก็ใกล้จะ 4 โมงแล้ว เครื่องมือเราก็ไม่พร้อม
จึงตัดสินใจจะหารถกระบะ เอารถผมลงไปดูอาการที่ ปาย
ไม่งั้นเดียวจะหาร้านปิดไม่เจอกัน ซึ่ง โชคดี มีพี่เจ้าหน้าที่ที่ด่าน
มีรถกระบะ ขนวายุ ลงมาที่ปาย ด้วย ราคา 600 บ. อย่างว่าครับ ไม่มีทางเลือก
พอเอารถลงมาที่ปาย ไปหาร้านมอเตอร์ไซด์ ซึ่งที่ปายมี 2 ร้าน ปรากฏว่า
ไม่มี ใครรับดูอาการซักคน ผมจิตตกอย่างแรงครับ เครียดมากๆ เพราะ
ไม่รู้อาการรถ แถม ไม่มีคนเช็คให้อีก สงสัย วายุ ได้อยุ้ ปาย อีกยาวแน่ๆ
แต่สุดท้ายบนความโชคร้าย ย่อมมีความโชคดีเสมอ
พี่ที่ขับรถมาให้ แนะนำว่า ลองไปร้าน รถยนต์ ก่อนเข้าปายมั้ย
เพื่อเค้าดูให้ได้ เอาสิครับ งานนี้ ไม่มีทางเลือก เป็นไงเป็นกัน
ก็แบกรถไปที่ร้าน
พี่ๆ ในร้านเค้าก็ตกใจ ตอนแรก ก็กะไม่ทำให้ เพราะอย่างว่า ร้านรถยนต์แท้ๆ
แต่ด้วยความมีน้ำใจ พี่ๆ เค้าก็เช็คให้ ดู ซึ่งอาจจะพอแก้ไขอะไรได้
ต้องขอขอบคุณพี่ๆ มาก จริงๆ นะครับ (ร้านชัยมงคล บริการ นะครับ
ใครขับมาปายแล้วรถยนต์เกิดปัญหา ขอเชิญแล้วกัน)
ทำกันหลังกระบะเลย
ซึ่งปรากฏว่า อาการคือ หลังจากเปลี่ยนคาร์บูไป
น่าจะมีการปรับจูนอากาศคาร์บูไม่ดี หรือ กรองอากาศอุดตัน เพราะ ตอนเช็ครถ
พอเรา เผยอกรองปุบ รอบรถนิ่ง เร่งขึ้น พอปิดหรองปุบ รถสะอึก รอบไม่นิ่ง
ทำให้ หัวเทียน ดำปี๋
และต้องขอบคุณ ท่านเวย์และท่านโบ๊ตจริงๆ งานนี้ ไม่ทิ้งกัน ขอบคุณมากเพื่อน
คืนนั้น เราก็ต้องไปรบกวน บ้านไม้คนเมือง อีกครั้งหนึ่ง (ขอบคุณแม่ตุ้ยมากครับ)
โดยการเดินทางตอนเช้า โบ๊ตจะออกเดินทางมาก่อน ตอน 6
โมงเช้าเพื่อไปทำงานให้ทัน 9 โมง (ตอนแรกบอกจะขับชิลๆ ปรากฏว่าถึง 8 โมง
ขับชิลยังไงหาเนี่ย 55+)
ส่วนผมกับเวย์ จะออกกันหลัง 8 โมง เพราะจะซื้อหัวเทียนใหม่
เปลี่ยนเพื่อเตรียมเดินทางยาวๆ เพื่อกลับเชียงใหม่ (ออกกันมา 10 โมง
มาถึงเชียงใหม่ เที่ยงครับ น้องวายุพอมาส่งผมถึงบ้านปุบ ก็แน่นิ่งไปเลย
ตอนนี้อยู่ร้านพี่สา โดยการถีบรถไป เหอๆๆๆ)
หลังจากกลับมา ท่านโบ๊ตก็เข้างานปกติ ท่านเวย์ ออกอาการเหนื่อยล้า เลยขอพัก 1 วัน ส่วนผม ก็เข้างาน ตอนบ่ายครับ
เส้นทางไปปาย เป็นเส้นทางสั้นๆ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่การเดินทางคราวนี้
มีหลายหลาก ทั้งความสนุก ทุกข์ เหนื่อย และสอนให้ผมได้รู้ว่า
ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเสมอ
มิตรภาพและน้ำใจเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้
ขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วยครับ
"อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย หากไม่รุ้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ"
edit @ 11 Jul 2008 12:31:32 by :::อะกรูบี้ อเหกิฟลอฟ:::